วัตถุประสงค์และขอบเขตของวารสารจุดยืน (Aim and Scope)
“วารสารจุดยืน มีพันธกิจไม่เพียงแต่สนับสนุนงานของนักวิชาการรุ่นใหญ่เท่านั้น แต่ยังเห็นความสำคัญของงานเขียนของคนรุ่นใหม่
ที่ผลิตในลักษณะวิทยานิพนธ์สาขาสตรีศึกษาด้วย ข้าพเจ้าหวังว่าจะเป็นการเสริมสร้างอำนาจให้กับนักวิชาการสตรีนิยมรุ่นใหม่
และจะได้มาซึ่งคลื่นที่หนุนนำผลักกระแสสตรีนิยมในขบวนการเคลื่อนไหวต่อไป
เมื่อคลื่นลูกเก่ากระทบฝั่งแล้ว วารสารจุดยืน จึงไม่ใช่เป็นแต่เพียงวารสารทางวิชาการของสถาบันวิชาการ
หากแต่เป็นการเคลื่อนไหวของขบวนการสตรีนิยมด้วยอย่างปฏิเสธไม่ได้เลย
ข้าพเจ้าตั้งความหวังไว้ว่าบทบาทของวารสารจุดยืนจะสืบเนื่องยาวนาน สามารถขยายเครือข่ายสตรีนิยมทั้งแนวราบและแนวดิ่ง
ออกไปยังในวงวิชาการและขบวนการเคลื่อนไหวสตรีนิยมอย่างมั่นคงและกว้างไกล
จึงขอขอบคุณทุกท่านอย่างยิ่งที่มีส่วนทำให้ วารสารจุดยืน ปรากฎตัวขึ้นได้เพื่อเพิ่มเป็นเวทีใหม่ของสตรีนิยมไทย...”
- วิระดา สมสวัสดิ์ พฤษภาคม 2550 -
การจัดทำ "วารสารจุดยืน" เป็นภารกิจหนึ่งของศูนย์สตรีศึกษา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อเปิดพื้นที่สำหรับงานวิชาการและการอภิปรายประเด็นต่างๆ ด้านสตรีศึกษา/สตรีนิยม เพศภาวะศึกษา เพศวิถีศึกษา และเควียร์ศึกษา โดยนักสตรีนิยม/สตรีศึกษา นักวิชาการ นิสิตนักศึกษา และผู้สนใจ ที่นำเสนอเป็นบทความวิจัยและบทความวิชาการ (ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ) บทความแปล การวิจารณ์หนังสือ/ภาพยนตร์/วรรณกรรม และวิทยานิพนธ์ปริทัศน์ (การทำวารสารฉบับพิเศษ)
รวมทั้งในวาระพิเศษที่จะนำบทความที่นำเสนอในงานสัมมนาคัดเลือกมาลงวารสารออนไลน์
โดยผ่านกระบวนการพิจารณาบทความตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้ กำหนดการเผยแพร่ปีละ 2 ฉบับ และตีพิมพ์ทุกๆ 6 เดือนต่อปี
ฉบับที่ 1 มกราคม – มิถุนายน
ฉบับที่ 2 กรกฎาคม - ธันวาคม
คณะกรรมการที่ปรึกษาวารสารจุดยืน ประกอบด้วยรายนามผู้ทรงคุณวุฒิดังนี้
1. ศาสตราจารย์ ดร.อมรา พงศาพิชญ์ 2.ศาสตราจารย์ ดร.สุวรรณา สถาอานันท์ 3.ศาสตราจารย์ ดร.ยศ สันตสมบัติ 4.รองศาสตราจารย์ ดร.กฤตยา อาชวนิจกุล
5.รองศาสตราจารย์ ดร.ศิวรักษ์ ศิวารมย์ 6.Associate Professor Dr. Teresa Sobieszczyk 7.Assistant Professor Dr. Mary Mostafanezhad
กองบรรณาธิการวารสารจุดยืน ดังมีรายนามต่อไปนี้
1.รองศาสตราจารย์ ดร.ชลิดาภรณ์ ส่งสัมพันธ์ 2.รองศาสตราจารย์ ดร.ปิ่นแก้ว เหลืองอร่ามศรี 3.รองศาสตราจารย์ ดร.อรัญญา ศิริผล 4.รองศาสตราจารย์ ดร.กนกวรรณ มะโนรมย์
5.รองศาสตราจารย์ ดร.สุชาดา ทวีสิทธิ์ 6.ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศิริจิต สุนันต๊ะ 7.ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ร่มเย็น โกไศยกานนท์ 8.ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เนตรดาว เถาถวิล
9.ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อัมพร หมาดเด็น 10.ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กังวาฬ ฟองแก้ว 11.อาจารย์ ดร.รังสิมา วิวัฒน์วงศ์วนา 12.ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อริยา เศวตามร์
13.ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ไพบูลย์ เฮงสุวรรณ 14.ดร.นฤพนธ์ ด้วงวิเศษ 15.ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. วิศิษย์ ปิ่นทองวิชัยกุล 16.ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ฟ้ารุ่ง มีอุดร
17.อาจารย์ ดร. โกสุม โอมพรนุวัฒน์ 18.อาจารย์ ดร. บุศรินทร์ เลิศชวลิตสกุล 19.อาจารย์ ดร. สาลาม๊ะ หลงสะเตียะ
Aims and Scope of STANCE Journal
"The mission of STANCE Journal extends beyond the support of established scholars; it recognizes the profound significance of works produced by the younger generation, particularly those developed through Women’s Studies theses. It is my sincere hope that this platform will empower emerging feminist scholars, fostering a new wave of intellect that propels the feminist movement forward. As the 'older waves' reach the shore, STANCE stands not merely as an institutional academic periodical but undeniably as a vital organ of the feminist movement itself.
I envision the role of STANCE to be enduring—steadfastly expanding feminist networks both horizontally and vertically across academia and social activism. I extend my deepest gratitude to everyone who has contributed to the realization of STANCE, establishing this new forum for Thai Feminism..."
(Virada Somswasdi, May 2007)
Overview of STANCE Journal
The publication of STANCE Journal is a core mission of the Women’s Studies Center, Faculty of Social Sciences, Chiang Mai University. The journal serves as a dedicated academic platform for scholarly discourse and critical debate within the fields of Women’s/Feminist Studies, Gender Studies, Sexuality Studies, and Queer Studies.
We welcome contributions from feminists, scholars, students, and interested researchers in the form of research articles and academic papers (in both Thai and English), as well as translated works, book/film/literary reviews, and thesis reviews.
In addition to our regular issues, STANCE may publish special editions featuring selected papers from academic seminars. All submissions undergo a rigorous peer-review process in accordance with established academic standards. The journal is published bi-annually (every six months), with the following release schedule:
Issue 1: January – June
Issue 2: July – December
• คำแนะนำ วารสารจุดยืน •
ข้อแนะนำการส่งบทความเพื่อตีพิมพ์ในวารสารจุดยืน
ในขั้นตอนการส่งบทความ ผู้เขียนต้องตรวจสอบและปฏิบัติตามข้อกำหนดรายการตรวจสอบการส่ง และบทความอาจถูกส่งคืนให้กับผู้เขียนกรณีที่ไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดทั้งหมดดังนี้
- บทความควรจะเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสตรีศึกษา เพศภาวะศึกษา เพศวิถีศึกษา และเควียร์ศึกษา
- บทความสามารถเขียนเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ ถ้าเขียนเป็นภาษาอังกฤษควรมีพิสูจน์อักษร (proof-reading) จากเจ้าของภาษาก่อนจะส่งบทความ
- บทความภาษาอังกฤษที่อ้างอิงหนังสือภาษาไทยต้องเปลี่ยนเป็นภาษาอังกฤษสะกดตามหลักเกณฑ์การถอดอักษรไทยเป็นอักษรโรมัน ฉบับราชบัณฑิตยสถาน
- บทความควรมีหัวข้อที่ชัดเจนและแนบประวัติผู้เขียน มีรายละเอียด ชื่อ-นามสกุล ประวัติการศึกษา สถานที่ทำงาน ตำแหน่ง ที่อยู่ที่สามารถติดต่อได้พร้อมเบอร์โทรศัพท์ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ
- บทความควรมีความยาวประมาณ 15-20 หน้ากระดาษ A4 ภาษาไทย ตัวอักษร TH SarabunPSK ขนาด 16 ชื่อเรื่อง ขนาด 18 ภาษาอังกฤษ ตัวอักษร Time New Roman ขนาด 12
และชื่อเรื่อง ขนาด 14 - บทความต้องไม่เคยลงตีพิมพ์หรือเผยแพร่เป็นเอกสารมาก่อน
- ผู้เขียนต้องมีจริยธรรมในการเผยแพร่บทความ (Publication Ethics)
- ถ้าเป็นบทความที่แปลมา ต้องส่งบทความต้นฉบับมาด้วย
- ต้องมีบทคัดย่อทั้งภาษาไทยและอังกฤษความยาวประมาณ 1 หน้ากระดาษ A4
- การทำอ้างอิงและบรรณานุกรมใช้ระบบ APA (2017)
กระบวนการพิจารณาบทความ (Peer Review Process)
หลังจากได้รับบทความทางออนไลน์แล้ว กองบรรณาธิการจะคัดกรองเบื้องต้นเลือกเฉพาะบทความ
ที่อยู่ในวัตถุประสงค์และขอบเขตของวารสาร และได้ปฏิบัติตามข้อกำหนดที่ตั้งไว้ ก่อนที่จะเสนอเพื่อแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิอย่างน้อย 3 ท่าน เพื่ออ่านพิจารณาบทความ
สำหรับบทความส่งจากผู้เขียนภายนอกหน่วยงานต้นสังกัดของวารสาร จะได้รับการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิภายในและภายนอก กรณีที่บทความส่งจากผู้เขียนภายใน ทางกองบรรณาธิการจะแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอกเป็นผู้พิจารณาบทความทั้งหมด
1. การตรวจสอบต้นฉบับ (Manuscript) ในกรณีที่ต้นฉบับไม่ตรงตามแบบฟอร์มของวารสาร บทความจะถูกส่งกลับไปยังผู้ส่งบทความเพื่อทำการแก้ไขก่อนภายใน
2. ผู้ทรงคุณวุฒิ (Reviewer) พิจารณาแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิและส่งบทความให้ผู้ประเมินบทความ
3. การพิจารณาของบรรณาธิการ (Editor Checks) ความเห็นของผู้ประเมินบทความถูกส่งมายังบรรณาธิการเพื่อพิจารณาตอบรับ/ปฏิเสธ บทความที่ได้รับการประเมินให้ลงออนไลน์ต้องผ่านเกณฑ์การประเมินจากผู้ประเมินอย่างน้อย 2 ใน 3 ท่าน หรือผ่านการพิจารณาจากกองบรรณาธิการถือเป็นที่สิ้นสุดของกระบวนการคัดเลือกบทความนั้น
ความเห็นของผู้ประเมินบทความ
- รับบทความโดยไม่ต้องแก้ไข
- แก้ไขบทความตามผู้ทรงคุณวุฒิโดยให้บรรณาธิการพิจารณาต่อ
- แก้ไขบทความโดยผู้ทรงคุณวุฒิขอให้ส่งกลับมาให้ตรวจสอบอีกครั้ง
- บทความไม่ตรงกับวัตถุประสงค์และขอบเขตของวารสาร
- ไม่รับบทความ
4. แก้ไขปรับปรุงบทความ (Revisions required) บทความที่ถูกพิจารณาแก้ไขจะถูกส่งไปยังผู้ส่งบทความเพื่อแก้ไขภายในระยะเวลาที่กำหนด
5.บทความที่ได้รับการตอบรับ (Paper accepted and inform the author) บทความที่ได้รับการตอบรับจะต้องจัดแบบฟอร์มให้ตรงตามหลักเกณฑ์การเขียนบทความ
6. การพิสูจน์อักษร (Proof-reading) ผู้ช่วยบรรณาธิการ/คณะทำงานตรวจพิสูจน์อักษร จัดหน้า จัดแบบฟอร์มบทความ และแปลงไฟล์เป็น .pdf
7. เผยแพร่ (Online) ในวารสารจุดยืนออนไลน์
8. ค่าธรรมเนียมการตีพิมพ์ (Article Processing Charges, APC) วารสารไม่มีนโยบายเก็บค่าธรรมเนียมการตีพิมพ์บทความใดๆ จากผู้เขียน ในทุกขั้นตอนของการพิจารณาคุณภาพและการเผยแพร่บทความ
• จริยธรรมการตีพิมพ์ (Publication Ethics)•
มาตรฐานทางจริยธรรมของบรรณาธิการ (Editor) ผู้ทรงคุณวุฒิ (Reviewer) และผู้เขียน (Author) ของวารสารจุดยืน
หน้าที่ของบรรณาธิการต่อการทำงานวารสาร
1. บรรณาธิการทำหน้าที่รับบทความและจัดกระบวนการพิจารณาบทความในรูปแบบ double blind peer review เพื่อนำการตีพิมพ์ลงในวารสาร
2. บรรณาธิการจะเป็นผู้ดูแลกระบวนการตีพิมพ์บทความของวารสาร (Peer Review Process) เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และขอบเขตสาขาการรับของวารสาร
3. บรรณาธิการจะสนับสนุนเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นในเชิงวิชาการของผู้เขียน ภายใต้ขอบเขตของจริยธรรม และศีลธรรม
4. บรรณาธิการจะเผยแพร่เนื้อหาบทความที่ไม่ขัดต่อศีลธรรม และมีคุณภาพตามมาตรฐานทางวิชาการ
5. บรรณาธิการจะปรับปรุงพัฒนาคุณภาพทางวิชาการของวารสารอย่างต่อเนื่อง
6. บรรณาธิการจะพิจารณาบทความด้วยความยุติธรรม ปราศจากอคติของผู้เขียนและผู้ทรงคุณวุฒิ
7. บรรณาธิการจะไม่นำความคิดเห็นส่วนตัวที่ไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาทางวิชาการมาตัดสินใจรับหรือปฏิเสธบทความ
8. บรรณาธิการจะไม่นำบทความจากผู้เขียนไปทำซ้ำ เขียนใหม่ เพื่อให้เป็นผลงานของตน
9. บรรณาธิการจะไม่แสวงหาผลประโยชน์ทางธุรกิจ กับผู้เขียน ผู้อ่าน หรือผู้ทรงคุณวุฒิใดๆ
10. บรรณาธิการจะไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เขียนในบทความ ที่ไม่ได้รับอนุญาตจากผู้เขียน
11. กรณีมีปัญหาใดๆ เกิดขึ้นและเกินกว่า อำนาจ หน้าที่ของบรรณาธิการ บรรณาธิการจะนำเรื่องเข้าสู่ กองบรรณาธิการ เพื่อตัดสินใจโดยอยู่บนพื้นฐานของความเห็นร่วมกันโดยฉันทามติ (consensus)
บทบาทหน้าที่ของผู้เขียน
1. บทความที่จัดส่งเข้ามายังวารสารจะต้องไม่เคยตีพิมพ์หรือเผยแพร่ที่ใดมาก่อน และไม่อยู่ระหว่างการเสนอ เพื่อพิจารณาเผยแพร่ในวารสารฉบับอื่น
2. บทความจะต้องไม่เป็นการคัดลอกผลงาน (plagiarism) จากแหล่งอื่น กระบวนการวิจัยต้องปราศจากการจัดการ ยักย้ายถ่ายเท (manipulate) เปลี่ยนแปลง ปิดบัง หรือละเลย ผลการศึกษาโดยไม่มีคำอธิบายที่ถูกต้อง และผลการวิจัยต้องปราศจากการเสกสรรปั้นแต่งขึ้นเอง (fabrication) หรือนำเสนอข้อมูลอันเป็นเท็จ
3. ผู้เขียนต้องอ้างอิงผลงานผู้อื่นอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการภายในบทความของตน
4. ผู้เขียนต้องไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ของข้อมูลและเนื้อหา รูปภาพ ภายในบทความของตน
5. ผู้เขียนร่วม (co-author) ทุกคนต้องยินยอมให้มีการส่งบทความนี้มายังวารสารจุดยืน
6. ข้อความในบทความถือเป็นความคิดเห็นของผู้เขียนทั้งหมด และเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนและคณะ
บทบาทหน้าที่ของผู้ทรงคุณวุฒิ
1. ผู้ทรงคุณวุฒิจะพิจารณาบทความด้วยความเต็มใจ ตามความสามารถทางวิชาการของตน
2. ผู้ทรงคุณวุฒิจะไม่ทราบชื่อผู้แต่งจนกว่าบทความได้รับการตีพิมพ์
3. ผู้ทรงคุณวุฒิจะแจ้งให้บรรณาธิการทราบหากพบว่าเนื้อหาบทความมีความเกี่ยวข้องกับตนเอง ทางใดทางหนึ่ง ทั้งนี้เพื่อลดอคติของการพิจารณาบทความ
4. ผู้ทรงคุณวุฒิจะไม่นำบทความที่พิจารณา หรือนำผลที่พบ ไปเขียนเป็นบทความเรื่องใหม่ของตน
5. ผู้ทรงคุณวุฒิต้องพิจารณาบทความจากคุณภาพทางวิชาการของบทความ และต้องให้เหตุผลการขอให้ผู้เขียนแก้ไข รับบทความ การปฏิเสธรับบทความ เป็นลายลักษณ์อักษรให้กับบรรณาธิการได้ทราบ
6. การอ่านพิจารณาบทความต้องกระทำให้แล้วเสร็จในระยะเวลาที่บรรณาธิการกำหนด