หลักการและเหตุผล   

ในกระบวนการการพัฒนาทางเศรษฐกิจการเมือง และสังคมนั้นผลกระทบต่อมนุษย์เป็นประเด็นสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อสตรีซึ่งมีเป็นจำนวนมากโดยปริมาณครึ่งหนึ่งของประชากรโลก ย่อมมีอาจถูกมองข้ามไปได้

โดยที่โลกทัศน์ทางวิชาการ จำเป็นต้องมีมิติที่กว้างขวางและเป็นอิสระ ดังนั้น วิชาการด้านสังคมศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับสตรี ควรจะได้มีการสนับสนุน และขยายงานให้รุดหน้าไปให้ก้าวทันกับการศึกษาด้านอื่น ๆ การมองปัญหาที่เกี่ยวกับสถานภาพ บทบาท ความสัมพันธ์ที่เป็นอยู่ในสังคมของสตรีในระดับต่าง ๆ ไม่ว่าจะในด้านเศรษฐกิจ สังคม หรือการเมืองจำต้องมีการวิเคราะห์กันอย่างเป็นระบบและอย่างรอบด้าน

ความรู้ ความเชี่ยวชาญในประเด็นปัญหาเฉพาะนี้ตลอดจนการเผยแพร่ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อชุมชนเป็นหน้าที่และความรับผิดชอบโดยตรงของสถาบันการศึกษาที่จักต้องมุ่งเน้นให้เกิดมีขึ้น และการพัฒนาความรู้ความเชี่ยวชาญดังกล่าวนั้น จำเป็นต้องมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่องข้อมูลทั้งหลายที่เกี่ยวข้องกับสตรี ย่อมเป็นประโยชน์ต่องานการศึกษา ซึ่งเป็นสาขาวิชาที่ได้มีการให้ความสนใจกันเพิ่มมากขึ้น ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ตั้งแต่สหประชาชาติได้กำหนดให้ปี พ.ศ. 2518 เป็นปีสตรีสากล โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมความเท่าเทียมกันระหว่างบุรุษและสตรีเพื่อให้สตรีมีส่วนร่วมในการพัฒนาและรักษาสันติภาพของโลก และมีการกำหนดให้ปี พ.ศ. 2518-2528 เป็นทศวรรษสตรีสากลแห่งสหประชาชาติ และขอให้ประเทศสมาชิกจัดให้มีองค์กรสตรีระดับชาติ ในการนี้รัฐบาลไทยได้สนองรับนโยบาย และกำหนดให้สตรีเป็นกลุ่มเป้าหมายพิเศษที่จะต้องเร่งรัดพัฒนาบทบาทและความสามารถของสตรีทั้งทางด้านเศรษฐกิจสังคมและการเมือง ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ระยะที่ 5 (พ.ศ. 2525-2529)

ถึงแม้ว่าทศวรรษสตรีแห่งสหประชาชาติจะได้ผ่านพ้นไปแล้ว ก็มิได้หมายความว่า การศึกษาเกี่ยวกับปัญหาสตรีจะยุติตามลงไปด้วย เพราะภาระกิจสำคัญยิ่งที่ผูกมัดรัฐบาลไม่ว่ายุคสมัยใดก็คือการพัฒนาประเทศ และการพัฒนาประเทศนั้น สตรีย่อมมีบทบาทสำคัญ และในการพัฒนานั้นย่อมต้องคำนึงถึงเงื่อนไขด้านคุณภาพของประชากรด้วย ดังนั้น งานพัฒนาสตรีจึงยังต้องดำเนินต่อไป ทั้งในระดับระหว่างประเทศ ระดับภูมิภาค และระดับชาติ


ภูมิหลัง

คณะสังคมศาสตร์ ในฐานะที่เป็นหน่วยงานของสถาบันการศึกษาระดับสูง มีหน้าที่และความรับผิดชอบในการที่จะส่งเสริมความรู้ ความเชี่ยวขาญในวิชาการด้านสังคมศาสตร์มีบุคลากรซึ่งมีความสามารถประสบการณ์ และความสนใจในปัญหาสตรีอยู่แล้ว ได้จัดตั้งโครงการสตรีศึกษาขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2529 เพื่อสนับสนุนการศึกษาค้นคว้าวิจัยตลอดจนรวบรวมข้อมูลในประเด็นปัญหาสตรี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตพื้นที่ภาคเหนือ เพื่อเผยแพร่เป็นประโยชน์ต่อชุมชน รวมถึงการประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ ของรัฐและเอกชนที่ทำงานเพื่อการพัฒนาสตรี

ต่อมาได้มีการยกฐานะและรับรองโครงการสตรีศึกษาเป็นศูนย์สตรีศึกษา หน่วยงานระดับภาควิชาสังกัดคณะสังคมศาสตร์ ในแผนพัฒนาการศึกษาแห่งชาติระดับอุดมศึกษา ระยะที่ 7 (พ.ศ. 2535-2539) และมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา แยกหน่วยราชการนับแต่เดือนสิงหาคม พ.ศ. 2536 เป็นต้นมา ศูนย์สตรีศึกษาตั้งอยู่ในอาคารสตรีศึกษา ซึ่งได้รับงบประมาณสนับสนุนในการก่อสร้างจาก TV Compaign for Third World Women’ 89 ของประเทศนอร์เว โดยการประสานของ Norwagian Association of Women Jurists (NAWJ) และมีอาคารของโครงการฝึกอบรมกฎหมายเพื่อผู้หญิงชนบท ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจาก Norwegian Association of Women Jurists (NAWJ) และ Frauan Stiftung แห่งประเทศเยอรมัน ซึ่งขณะนั้นได้ผนวกเป็นส่วนหนึ่งของ Heinrich Boll Foundation

 

วัตถุประสงค์

วัตถุประสงค์ที่ได้ระบุไว้ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งโครงการสตรีศึกษา มีดังต่อไปนี้

  1. เพื่อจัดให้มีหลักสูตรสตรีศึกษาและสนับสนุนการศึกษาค้นคว้าวิจัย ตลอดจนรวบรวมข้อมูลในประเด็นปัญหาที่เกี่ยวกับสตรี
  2. เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลเอกสาร และข่าวสารเกี่ยวกับสตรี
  3. เพื่อเผยแพร่และแลกเปลี่ยนวิชาการเกี่ยวกับปัญหาสตรี
  4. เพื่อประสานงานกับหน่วยงานของทางราชการหรือเอกชนในการพัฒนาสตรี

วัตถุประสงค์ที่กล่าวมาทั้งหมดเบื้องต้นนี้เกิดจากความต้องการที่จะก่อให้เกิดความเข้าใจต่อคุณูปการของผู้หญิงที่มีต่อสังคม แต่ถูกแฝงเร้นและบดบังในทุก ๆ ประเทศ และในทัศนะทางประวัติศาสตร์เพื่อที่จะพัฒนากรอบทางทฤษฎีเพื่อวิเคราะห์ถึงรากเหง้าของสาเหตุ รูปแบบและมิติต่าง ๆ ของการถูกครอบงำ และเอารัดเอาเปรียบในสังคมที่กำลังพัฒนาและพัฒนาแล้ว ทั้งนี้ เพื่อที่จะส่งเสริมให้เกิดการประเมินผลที่มีลักษณะวิพากษ์ต่อยุทธศาสตร์การพัฒนาที่ดำเนินอยู่ในขณะนี้ ทั้งในระดับชาติและระดับนานาชาติ โดยมุ่งเน้นพิจารณาด้านผลกระทบต่าง ๆ ที่มีต่อสตรี นอกจากนั้น ยังประสงค์ที่จะแสวงหาทางเลือกในด้านกรรมวิธี นโยบายและยุทธวิธีทางการพัฒนา ที่สำคัญที่สุดจะมุ่งเน้นในเรื่องการจัดทำเอกสารและการวิเคราะห์องค์กรต่าง ๆ ของผู้หญิงและการต่อสู้ของผู้หญิงกับสภาพการถูกครอบงำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศกำลังพัฒนา

วัตถุประสงค์ต่าง ๆ เหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงวิธีการศึกษา หรือแนวทางการศึกษาที่เอาจริงเอาจังต่อทฤษฎีทางสังคมศาสตร์ต่าง ๆ ที่มีอยู่ในขณะนี้ พร้อมด้วยทัศนะที่จะชี้ให้เห็นและพร้อมกันนั้นก็เพื่อจะแก้ไขทฤษฎีทางสังคมศาสตร์ อันมีลักษณะอคติทางเพศฝังแน่นอยู่ภายใต้ทฤษฎีเหล่านั้นและเพื่อที่จะแสวงหา ระเบียบวิธีการศึกษาที่การปฏิบัติกับทฤษฎี การเรียนการสอนและการวิจัย สามารถผนึกร่วมเป็นเอกภาพได้

 

การดำเนินการ

  1. จัดให้มีหลักสูตรสตรีศึกษาระดับมหาบัณฑิต(เป็นแห่งแรกในประเทศไทย)
  2. ศึกษาและวิจัยในประเด็นปัญหาที่เกี่ยวกับสตรีตั้งศูนย์ข้อมูลและเอกสารงานศึกษาที่เกี่ยวกับสตรี โดยเฉพาะในภาคเหนือ
  3. เผยแพร่ข้อมูลและผลงานศึกษา เช่น ในรูปของการฝึกอบรมพิมพ์เอกสาร บทความ กระจายข่าวสารทางสื่อมวลชนต่าง ๆ จัดนิทรรศการ จัดทำสื่อต่าง ๆ
  4. แลกเปลี่ยนวิชาการและคิดเห็นกับนักวิชาการ และหน่วยงานและสถาบันต่าง ๆ ในรูปของการจัดประชุมสัมมนา อภิปราย บรรยายพิเศษ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เป็นต้น

 

กิจกรรมศูนย์

1. งานฝึกอบรม

  • โครงการฝึกอบรมความเป็นผู้นำให้แก่สตรีชนบท
  • โครงการฝึกอบรมอาสาสมัครกฎหมายเพื่อผู้หญิงในชนบท
  • โครงการฝึกอบรมนักวิจัยด้านสตรีศึกษา
  • โครงการฝึกอบรมนักการเมืองสตรี
  • โครงการฝึกอบรมด้านวิจัยสตรีศึกษา และสิทธิมนุษยชนสตรี ให้กับประเทศใน พื้นภูมิภาค เอเซียแปซิฟิก ที่ได้ดำเนินงานมาแล้ว เช่น ประเทศ เวียดนาม ลาว และจีน

2. โครงการวิจัยช่วงปี 2543 – 2544

  • กระบวนการต่อสู้กับการลดทอนความเป็นมนุษย์ของ “สาวคาราโอเกะ”
  • ชีวิตความเจ็บปวดของลูกสาวผู้ถูกขาย กรณีศึกษาลูกสาวลาหู่ที่ถูกครอบครัวขายเป็นสินค้า
  • การจัดการเครือข่ายธุรกิจชุมชนของกลุ่มสตรีบ้านป่านอต
  • มุมมองของผู้หญิงต่อบทบาทความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจหลังเข้าสู่การค้าขายในระบบตลาด
  • ความรุนแรงในครอบครัว : มุมมองของผู้หญิง
  • ระบบความเชื่อและแบบแผนพฤติกรรมการดูแลสุขภาพในระบบสืบพันธุ์ของหญิงที่อยู่ในการค้าประเวณี
  • สถานะสตรีศึกษา (2522-2543) : วิชาการสตรีศึกษาตามแนวทางชาตินิยม
  • มิติทางสังคมวัฒนธรรม : การตัดสินใจเลือกวิธีคุมกำเนิดของหญิง-ชาย ในจังหวัดเชียงใหม่
  • การเคลื่อนไหวในพื้นที่สาธารณะของผู้หญิงการจัดการป่าชุมชน จังหวัดลำพูน
  • การมีส่วนร่วมทางการเมืองของหญิงรากหญ้า : อดีต ปัจจุบัน อนาคต
  • ค่านิยมเกี่ยวกับครอบครัวในเครือข่ายทางสังคมของผู้หญิง

ฮิวเมี่ยน (เย้า) ภายใต้วิถีการผลิตเชิงพาณิชย์และระบบสังคมที่ให้อำนาจผู้ชายเป็นใหญ่ กรณีศึกษาแม่ค้าชาวฮิวเมี่ยนในตลาดแห่งหนึ่งของชุมชนเมืองเชียงใหม่

  • การมีส่วนร่วมของผู้หญิงในการเมืองเรื่องสิ่งแวดล้อมนิยม
  • ผู้หญิงในหนังไทย : กระบวนการถ่ายทอดและผลิตซ้ำ ผู้หญิงในรูปแบบอุดมคติ
  • บทบาทของปัจจัยทางด้านสังคมเศรษฐกิจ และกฎหมายต่อการประกอบอาชีพธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กของผู้หญิง
  • ตามรอย Comfort Women ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง

3. เอกสารเผยแพร่

จดหมายข่าวภาษาไทย จดหมายข่าวภาษาอังกฤษ เอกสารทางวิชาการ รายงานการประชุมสัมมนา

4. กิจกรรมอื่นๆ

การสัมมนา เสวนา ประชุม นิทรรศการ งานแสดงสินค้าหัตถกรรมของกลุ่มผู้หญิง ฯลฯ

 

ศูนย์สารนิเทศสตรีศึกษา

งานสารสนเทศ ของศูนย์สตรีศึกษา ขณะนี้ศูนย์สารนิเทศมีหนังสือ วารสาร สิ่งพิมพ์ ภาษาไทยและอังกฤษ รวมประมาณ 15,000 รายการ นับเป็นศูนย์สารนิเทศสตรีศึกษาที่ใหญ่ที่สุด และดีที่สุดประเทศไทย

เปิดให้บริการนักศึกษา นักวิชาการ และบุคลทั่วไป ในวันและเวลาราชการ ( 8.30-16.30 น.) โทรศัพท์ 053-943588

 

กรรมการศูนย์สตรีศึกษา

หัวหน้าศูนย์ฯ : รองศาสตราจารย์วิระดา สมสวัสดิ์

รองหัวหน้าศูนย์ฯ : อาจารย์วีระวุฑฒิ วัฑฒนายน

กรรมการศูนย์ฯ :

อาจารย์ฉลาดชาย รมิตานนท์

รองศาสตราจารย์เบญจวรรณ ทองศิริ

อาจารย์เอกกมล สายจันทร์

อาจารย์วีระวุฑฒิ์ วัฑฒนายน

อาจารย์ไพสิฐ พาณิชย์กุล

อาจารย์นัทมน คงเจริญ